รับมือโลกร้อนด้วยเมืองยืดหยุ่น (Resilient city)
.
Resilient city มีการแปลในภาษาไทยไว้หลากหลาย เช่น เมืองที่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ เมืองยืดหยุ่น เมืองพลวัต และเมืองที่พร้อมรับมือ เป็นต้น โดยในบทความนี้จะใช้คำว่า “เมืองยืดหยุ่น” ซึ่งเป็นเมืองที่มีความยืดหยุ่น สามารถรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงหรือภัยต่าง ๆ ที่อาจมากระทบได้ ทั้งภัยธรรมชาติและที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เมืองยังสามารถอยู่รอด สามารถฟื้นฟูได้ และดำรงความเป็นเมืองต่อไปได้
.
เมือง เป็นการรวมกลุ่มของประชากรในการตั้งถิ่นฐานขนาดใหญ่ มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น มีโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก มีระบบการบริหารจัดการ โดยประชาชนมีวิถีชีวิตที่แตกต่างไปจากชนบท โดยเฉพาะการประกอบอาชีพของประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่อยู่ในภาคเกษตรกรรม ทั้งนี้ UNISDR (2017) ได้ระบุถึง 10 คุณลักษณะสำคัญของ Resilient City ดังนี้
1. เตรียมการเพื่อให้มีความยืดหยุ่นจากภัยพิบัติ โดยมีระบบโครงสร้างการบริหารจัดการภัยพิบัติและระบุหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานอย่างชัดเจน
2. มีความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงในปัจจุบันและอนาคต โดยมีข้อมูลที่ทันสมัยในด้านภัยคุกคามและความเปราะบางของเมือง รวมถึงมีการประเมินความเสี่ยง
3. เสริมสร้างขีดความสามารถทางการเงิน โดยมีการวางแผนงบประมาณเพื่อรองรับผลกระทบจากภัยพิบัติและมีกลไกทางการเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมในการสร้างความยืดหยุ่นของเมือง
4. มุ่งสู่การพัฒนาและออกแบบเมืองยืดหยุ่น โดยวางแผนและพัฒนาเมืองโดยคำนึงถึงความเสี่ยง
5. รักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยการป้องกันและรักษาระบบนิเวศธรรมชาติทั้งภายในและบริเวณรอบนอกของเมืองเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ
6. เสริมสร้างขีดความสามารถเชิงสถาบัน โดยการเสริมสร้างขีดความสามารถของภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ และภาคประชาสังคม
7. เสริมสร้างขีดความสามารถของภาคประชาสังคม โดยการสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาสังคมและวัฒนธรรมผ่านชุมชนและการสื่อประชาสัมพันธ์
8. เพิ่มโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่น โดยการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญและมีแผนลดความเสี่ยง
9. เตรียมการรับมือและตอบสนองต่อภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการปรับปรุงแผนภัยพิบัติให้ทันสมัย และมีระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early warning system)
10. มีการฟื้นฟูที่ทันท่วงทีและให้ดีกว่าเดิม โดยมีแผนในการฟื้นฟูภายหลังภัยพิบัติที่สอดคล้องกับแผนระยะยาวของเมือง
.
การมุ่งสร้างเมืองยืดหยุ่นที่สามารถตั้งรับปรับตัวจากภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ของโลกอาศัยอยู่ในเมือง โดยรายงาน World Cities Report 2022: Envisaging the Future of Cities โดย UN-Habitat (2022) พบว่าในปี ค.ศ. 2022 ประชากรร้อยละ 55 ของโลกอาศัยอยู่ในเมือง และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 68 ภายในปี ค.ศ. 2050
.
ดังนั้น เมืองจึงควรมีความยืดหยุ่น เพื่อที่จะปกป้องผู้คนที่อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ปกป้องความเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจ การค้า การบริการ และการบริหารจัดการของเมืองต่อไป
.
ที่มา
United Nations Human Settlements Programme (UN-Habitat) (2022). World Cities Report 2022: Envisaging the Future of Cities. เข้าถึงได้จาก https://unhabitat.org/sites/default/files/2022/06/wcr_2022.pdf
UNISDR (2017). MCR2030 Making Cities Resilient: The Ten Essentials for Making Cities Resilient. เข้าถึงได้จาก https://mcr2030.undrr.org/ten-essentials-making-cities-resilient
.
"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน"
#DCCE
#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม #กรมลดโลกร้อน
